กินผักเพิ่มสูงได้ (แค่วัยเด็ก) แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง การกินแคลเซียมให้เพียงพอในวัยเด็กจะช่วยเพิ่มความสูงได้ เพราะร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ความสูงจะคงที่หรือเพิ่มขึ้นช้าลงตามวัย โดยในผู้หญิงความสูงจะเริ่มชะลอเมื่ออายุ 16 ปี และในผู้ชายเมื่ออายุ 18ปี แต่ถึงแม้แคลเซียมจะไม่ช่วยให้สูงขึ้นแล้วแต่ก็ยังจำเป็นสำหรับการรักษาความหนาแน่นของกระดูกให้แข็งแรง ไม่แตกหักง่าย เราจึงต้องเติมเต็มแคลเซียมให้ร่างกายทุกวันและทุกวัย โดยเด็กและผู้สูงอายุต้องการแคลเซียมมากกว่าวัยอื่น ดังนี้
ช่วง อายุ 9-18 ปี และ 51 ปีขึ้นไป ร่างกายต้องการแคลเซียม วันละ 1,000 มิลลิกรัม
ช่วงอายุ 19-50ปี ร่างกายต้องการแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม
นม ปลาตัวเล็ก ผักใบเขียว แหล่งแคลเซียม
อาหาร |
ปริมาณอาหารที่บริโภค |
ปริมาณแคลเซียม(มิลลิกรัม) |
นมวัว |
250 มิลลิลิตร |
290-300 |
นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม |
250 มิลลิลิตร |
250-300 |
ปลาตัวเล็ก |
2 ช้อนโต๊ะ |
226 |
ชะพลู |
100 กรัม |
600 |
ใบยอ(ในห่อหมก) |
50 กรัม |
420 |
ผักคะน้า(ผัด) |
100 กรัม |
245 |
ใบตำลึง |
100 กรัม |
126 |
บรอกโคลี |
2/3 ถ้วย |
88 |
อ้างอิงจาก หนังสือปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันของคนไทย 2563.
กินครบ 5 หมู่ ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม
ผักบางชนิดมีแคลเซียมสูงแต่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ประมาณ 30% เท่านั้น เพราะมีสารออกซาเลตที่ทำให้แคลเซียมเป็นตะกอนใหญ่จนลำไส้จึงไม่สามารถดูดซึมได้ ผักที่มีออกซาเลตสูง เช่น ใบยอ ชะพลู โขมไทย มะเขือพวง ยอดกระถิน วิธีแก้ไขคือ ต้องกินผักกลุ่มนี้ร่วมกับอาหารที่มีโปรตีน วิตามินดี เช่น นม ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อย ไข่แดง
สำหรับผู้ที่ไม่ดื่มนม แนะนำให้กินผักที่มีแคลเซียมปานกลางแต่มีสารออกซาเลตต่ำ ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง ขี้เหล็ก ตำลึง บัวบก ถั่วพู เป็นประจำ
ลด ละ เลิก เพื่อความสูงของวัยเยาว์ และเพื่อมวลกระดูกแข็งแรงของวัยทอง เพื่อป้องกันไม่ให้แคลเซียมถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดหรือมีโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป อาหารตากแห้ง อาหารกระป๋อง และไม่ควรปรุงอาหารด้วยน้ำปลาเกินวันละ 4-5 ช้อนชา หรือเกลือไม่เกินวันละ 1 ช้อนชา หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์เพราะทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดน้อยลงจนร่างกายขาดแคลเซียมได้
กินผักผลไม้ดี 400 กรัม