บทความ

  • หน้าแรก
  • สาระอาหาร
  • บทความ
  • กินดีเพื่อตัวเรา กินดีเพื่อผู้อื่น กินดีเพื่อโลก
Image

กินดีเพื่อตัวเรา กินดีเพื่อผู้อื่น กินดีเพื่อโลก

กินดีเพื่อตัวเรา กินดีเพื่อผู้อื่น กินดีเพื่อโลก

เทรนด์ของโลกเริ่มให้ความสำคัญกับ “การกินดี” มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการกินผักผลไม้และอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอ สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การกินดีเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน คือเมื่อคนกินอาหารเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า การตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกเกี่ยวกับการกินของเขานั้น ส่งผลกระทบไปถึงใคร ที่ไหน อย่างไร ใน “ระบบอาหาร” (Food System) ทั้งกับผู้บริโภค ผู้ผลิต การผลิต และสิ่งแวดล้อม กลายเป็นการกินที่เกิดจากการตัดสินใจเลือกอย่างระมัดระวัง ให้ความสำคัญกับความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นธรรมในสังคม และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
การประชุมโลกว่าด้วยเกษตรกรรมและระบบอาหารเพื่อโภชนาการ ปี พ.ศ. 2560 (Global panel on Agriculture and Food Systems for Nutrition 2016) จัดโดย Foresight Project's ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เตือนเราว่า ปัญหาภาวะทุพโภชนาการกำลังเป็นภัยคุกคามประชากรโลกทั้งหมด และจะความรุนแรงมากขึ้นใน 20 ปีข้างหน้า ร่วมกับความรุนแรงอื่นๆ เช่น ภูมิอากาศแปรปรวน จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น และการขยายตัวของเมือง
ประเด็นสำคัญจากการประชุมคือ ระบบอาหารและนโยบายด้านอาหารในปัจจุบันเป็นตัวการทำให้สภาพการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น ทางออกคือหน่วยงานระดับชาติและนานาชาติทั้งรัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกันเพื่อกำหนดนโยบายเกี่ยวกับระบบอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างเร่งด่วน และนำไปปฏิบัติอย่างเข้มแข็งจริงจัง โดยเน้นอาหารเพื่อสุขภาพและคุณค่าโภชนาการ โดยเฉพาะ ผัก ผลไม้ ถั่วและธัญพืช สร้างระบบจัดซื้อจัดจ้างที่มีประสิทธิภาพทั้งในระดับนโยบายและหน่วยย่อย เช่น โรงอาหารของโรงเรียน โรงพยาบาล เรือนจำ รวมทั้งเป็นนโยบายที่เป็นมิตรกับท้องถิ่น สอดคล้องกับความอยู่ของผู้คนและวัฒนธรรม
ทั้ง “ระบบอาหาร” และ “ขบวนการกินดี” คือกุญแจสำคัญเพื่อการปรับปรุงคุณภาพอาหาร มิฉะนั้นระบบบริการสุขภาพของประเทศต่างๆจะต้องเผชิญ “ภาระสองเท่า” คือทั้งปัญหาการขาดอาหารและปัญหาน้ำหนักเกิน เราทุกคนช่วยกันเริ่มต้นสิ่งนี้ได้ทุกที่ ทุกเวลา จากเราคนแต่ละคน กลุ่มคน บริษัทเอกชน ชุมชน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หน่วยงานต่างๆของรัฐ และเครือข่ายอันกว้างขวางของประชาชน ดังเช่นตัวอย่างดีๆที่เลือกมานี้

สหกรณ์ผู้บริโภคชมรมไซคัทสึ ประเทศญี่ปุ่น
(Seikatsu Club Consumer Cooperative in Japan - SCCC)
เมื่อปี พ.ศ. 2512 ในยุคที่อุตสาหกรรมของญี่ปุ่นกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สหกรณ์ผู้บริโภคชมรมไซคัทสึได้รับการก่อตั้งขึ้นโดยแม่บ้านชาวโตเกียวราว 200 คน ที่รวมตัวกันปฏิเสธนมจากโรงงานอุตสาหกรรม และต้องการนมคุณภาพดีและปลอดภัยสำหรับลูกๆ ผ่านไปกว่า 50 ปี ปัจจุบันไซคัทสึมีสมาชิกเกือบสี่แสนคน มีชมรมย่อยกระจายอยู่ทุกภูมิภาค โดยเริ่มก่อตั้งระบบอาหารของตนเองในปี พ.ศ. 2540 และผลิตสินค้าปลอดภัยในแบรนด์ SCCC จำนวนมาก เช่น ข้าว อาหารสด เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ อาหารทะเล เครื่องปรุง อาหารสำเร็จรูป และเครื่องใช้ในบ้าน
ความโดดเด่นของไซคัทสึอยู่ที่การทำให้ผู้คนตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยของอาหาร และเน้นความร่วมมือและรับผิดชอบของผู้ผลิตและผู้บริโภค สมาชิกไม่เน้นการหากำไรระหว่างกัน โดยจะทำการซื้อขายกันเฉพาะในเครือข่าย และผู้ผลิตทุกรายต้องลงนามในสัญญาข้อตกลง 10 ประการ คือ แสวงหาอาหารปลอดภัย เพิ่มพูนอาหารเพื่อการพึ่งตนเอง ลดการใช้สารอันตราย ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ลดขยะและส่งเสริมการใช้ซ้ำ ลดการใช้พลังงาน เสี่ยงให้น้อยที่สุด ให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบตนเองและยอมรับการตรวจสอบ และเข้าร่วมในขบวนการธรรมาภิบาล

มหาวิทยาลัยโคโลราโด โคโลราโด สปริงส์ (UCCS) สหรัฐอเมริกากับการเข้าร่วมขบวนการกินดี
เมื่อปี พ.ศ. 2551 UCCS เริ่มทำโครงการ Flying Carrot Food Literacy ให้บัณฑิตจบใหม่เข้าทำงานในฟาร์ม และเชื่อมโยงผู้บริโภคกับตลาดท้องถิ่น ซึ่งทำให้เกิดความหวังว่า ภาควิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพในมหาวิทยาลัยจะช่วยสร้างระบบอาหารได้ และการอบรมหลักสูตร “อาหาร วัฒนธรรม ชุมชน และสุขภาพ” ที่จัดขึ้นต่อมาก็ได้ผลดี และกลายเป็นหลักสูตรนำทางของมหาวิทยาลัย
ในช่วงที่ UCCS ต้องบริหารจัดการโรงอาหารเอง และโครงการ SWELL (Sustainability, Wellness & Learning) ของมหาวิทยาลัยกำลังผลักดันประเด็นการบ่มเพาะสุขภาพมนุษย์ สังคมแห่งสติ และการปกป้องสิ่งแวดล้อม มีการทดลองสร้างสรรค์และจำหน่าย 2 เมนูพิเศษ ในช่วง พ.ศ. 2558-2561 คือ “SWELL Meal” ซึ่งเป็นอาหารเน้นพืชผัก (plant-based) และ “SWELL Burger” ที่เน้นพืชผักบวกกับเนื้อชิ้นเล็กๆที่คุณภาพดี โดยมีสโลแกนว่า “ดีต่อคุณ และดีต่อโลก” ทั้งสองเมนูใช้วัตถุดิบจากแปลงทดลองของมหาวิทยาลัยและเกษตรกร โดยนักศึกษามีส่วนสำคัญในการทำงานตั้งแต่เพาะปลูก งานครัว รวมทั้งบริการและบริหารด้วยระบบอาสาสมัคร นอกจากอาหาร plant-based แล้ว โครงการยังส่งเสริมการกินอาหารแบบ digital free community และ mindful eating ด้วย
ข้อมูลจากสำรวจพบว่า คนจะรู้สึกดีและซื้อมากขึ้นเมื่อรู้ว่าอาหารเหล่านั้นปลูกเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน และปลูกในชุมชน-มหาวิทยาลัย ส่วนปัจจัยที่ทำให้กลับมาซื้ออีกคือ ความสดของวัตถุดิบ รสชาติ การเอาใจใส่ของพนักงาน และผลดีต่อสุขภาพ

โรงพยาบาลนครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม
โรงพยาบาลศูนย์ขนาด 1,200 เตียง เข้าร่วมโครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัมเมื่อปี พ.ศ. 2562 ทำให้บุคลากรพบการเปลี่ยนแปลงในร่างกายตนอย่างชัดเจน และสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยได้อย่างเข้าใจและเป็นรูปธรรม ต่อมาได้จัดตั้งชมรมคนรักผัก (Veggie Lover) โรงพยาบาลนครปฐม จัดตลาดนัดผักปลอดภัยสัปดาห์ละครั้ง ปลูกผักบนดาดฟ้า และให้บุคลากรตัดผักกลับบ้านได้
พ.ศ. 2563 กลุ่มงานสุขศึกษาของโรงพยาบาลได้ทำงานร่วมกับโรงเรียนวัดห้วยจระเข้เพื่อป้องกัน NCDs ตั้งแต่ต้นทางให้เด็กกลุ่มเสี่ยง (เด็กอ้วน) และได้ผลดีอย่างยิ่ง ผู้ปกครองให้ความร่วมมือและช่วยปรับพฤติกรรมการกินของเด็กๆ ทำให้สมาชิกครอบครัวเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินไปด้วย เด็กๆที่ร่วมโครงการ BMI ลดลง 77.28% น้ำหนักลดลง 81.82% หรือเฉลี่ย 2.51 ก.ก. ใน 21 วัน ความดันโลหิตลดลง 87.28% ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น 26.90% บริโภคขนมหวาน-น้ำอัดลมลดลง 18.57% และเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าเพิ่มขึ้น
ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จคือ การให้ความรู้กับผู้ปกครองในการเปลี่ยนระบบอาหารในบ้าน และจะดีมากขึ้นหากโรงเรียนมีนโยบายอาหารสุขภาพ ให้ความสำคัญกับผักและผลไม้ และมีกฎระเบียบเพื่อควบคุมการจำหน่ายอาหารในโรงเรียน

บริษัทไมโครชิพส์ (ประเทศไทย) จำกัด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
โรงงานผู้ผลิตชิพส์ไมโครโพรเซสเซอร์ขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค พนักงานและผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมโครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัมเมื่อปี พ.ศ. 2562 และเห็นผลการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและสุขภาพชัดเจน หลังจากนั้นบริษัทได้สร้างทีมงานจัดอบรมให้พนักงานต่อเนื่องหลายรุ่น พบว่าพนักงานที่เข้าร่วมมีความพอใจในกิจกรรมนี้มากถึง 88.35% และยังมีผู้สนใจอีกจำนวนมาก เพราะเจ้าหน้าที่ในสายงานนี้มีความเครียดสูง และมีความกังวลเรื่องสุขภาพ
บริษัทใช้ความเป็นผู้นำด้าน IT มาจัดทำแอปพลิเคชันเพื่อให้พนักงานบันทึกการเปลี่ยนแปลงจากการกินผัก-ผลไม้ โดยผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารฝ่ายบุคคลสนับสนุนเต็มที่ เพราะเป็นประโยชน์ต่อพนักงานโดยตรง ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยในอนาคต รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ช่วยลดอัตราการลาป่วย ลดค่ารักษาพยาบาล และเพิ่มประสิทธิภาพงาน
บริษัทมีแผนสนับสนุนกิจกรรมด้านนี้ในระยะยาว ทั้งการจัดตลาดนัดผักปลอดภัย และตลาดผักผลไม้จากสวนพนักงาน “ผักผลไม้บ้านฉัน คัดสรรเพื่อเธอ” เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานที่ปลูกผักผลไม้เก็บผลผลิตมาขายในโรงงานได้โดยเสียค่าใช้จ่าย

ชุมชนหนองมะฟาน ต.หนองหญ้าไซ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี
กลุ่มผู้นำชุมชนหนองมะฟานเข้าร่วมโครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัมเมื่อปี พ.ศ. 2563 ในการอบรมให้ความรู้ในการกินผักผลไม้เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกัน NCDs จากนั้นให้กลุ่มผู้นำได้นำความรู้ไปขยายผลในชุมชนด้วยตนเอง และเกิดผลดีอย่างชัดเจนด้านการขับถ่ายและการนอนหลับ ทำให้สามารถลดการใช้ยาระบาย ลดและเลิกการใช้ยานอนหลับ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาใหญ่ที่คนในชุมชนใช้ยาจำนวนมาก เช่น ยานอนหลับ ยาระบาย และยาแก้ปวด โดยไม่เข้าใจถึงผลที่ตามมา
ปี พ.ศ. 2564 โครงการได้ทำงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชน จ.สุพรรณบุรี ขยายผลการทำงานให้ความรู้ใน 6 พื้นที่ของจังหวัด และร่วมบันทึกการกินและผลการเปลี่ยนแปลงสุขภาพในแอปพลิเคชันบันทึกรักผักผลไม้แบบออนไลน์ (จากเดิมบันทึกในกระดาษ) ทำให้สามารถบันทึกได้สะดวกและถูกต้องมากขึ้น ทำให้เข้าใจถึงผลของการเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น รวมทั้งบผลที่ตามมาคือ รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการกินผักผลไม้ที่ปลอดภัย แหล่งที่มา การล้าง และส่งผลถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอื่นๆด้วย เช่น ลดการกินน้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟ 3in1 ฯลฯ

ชุมชนเทศบาลเมือง อ.เมือง จ.กระบี่
แกนนำอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในเทศบาลเมืองกระบี่เข้าร่วมโครงการกินผักผลไม้ดี 400 กรัม ในปี พ.ศ. 2564 ในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยเรียนรู้หลักสูตรออนไลน์ 14 บทเรียนผ่านแอปพลิเคชันซูม สัปดาห์ละครั้ง รวม 3 สัปดาห์ เมื่อการระบาดเริ่มน้อยลง โครงการได้อบรมเชิงปฏิบัติการออนไซต์ให้กับทีม อสม. และสื่อมวลชนท้องถิ่น เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดขยายผล
ทีม อสม. ร่วมกันจัดอบรมให้ประชาชนในพื้นที่ที่ดูแลอยู่อย่างแข็งขัน เนื่องจากเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในตนเองมาแล้ว หลังจากนั้นจึงติดตามผล มีการแนะนำการเรียนในหลักสูตรออนไลน์ และกวดขันการบันทึกแอปพลิเคชันโดยเน้นกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และน้ำหนักเกิน จากนั้นจึงนัดถอดบทเรียนร่วมกัน พบว่าคนในชุมชนตื่นตัวและกระตือรือร้นในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองอย่างมาก และเข้าใจถูกต้องและชัดเจนมากขึ้นในการกินผักผลไม้
ทีม อสม. ได้รับการสนับสนุนอย่างดีทั้งจากสำนักงานเทศบาล โรงเรียน และหน่วยงานเอกชนในท้องถิ่นที่เห็นความสำคัญ แกนนำ อสม. ต้องการจัดอบรมให้ อสม. ทุกคนในเขตเทศบาลเมือง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจผ่านประสบการณ์ตรง จะได้ส่งต่อความรู้และดูแลคนในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

รายการแนะนำ