เลือกดื่มนมที่เหมาะสมกับตัวเอง
นม เป็นอาหารที่มีประโยชน์เหมาะกับทุกวัย มีสารอาหารที่จำเป็น เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซียมซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดี ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก ชะลอความเสื่อมของวัยผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ นอกจากนี้นมยังมีสารอาหารอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ไขมัน และวิตามินบี 12 พวกเราควรดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว หรือประมาณ 200-400 มิลลิลิตร
นมสด (Whole milk) เหมาะสำหรับวัยเด็ก เพราะเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโตควรได้รับพลังงานและสารอาหารอย่างเพียงพอ ไม่ต้องจำกัดปริมาณไขมันในนม แต่ควรเลือกนมจืดที่ไม่แต่งกลิ่น หรือเติมน้ำตาล เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กติดรสหวาน
ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคอ้วน ควรบริโภคนมพร่องมันเนย หรือ นมขาดมันเนย เพื่อควบคุมปริมาณไขมันอิ่มตัว และช่วยร่างกายให้ย่อยและดูดซึมได้ง่ายขึ้น
สารอาหารในนม
1. นมสด (whole milk) คือ นมสดธรรมดาที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ ข้างฉลากระบุว่าเป็นน้ำนม 100% โดยนมสด 1 แก้ว (240 มล.) ให้พลังงาน 150 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม โปรตีน 8 กรัม และไขมัน 8 กรัม แคลเซียม 250 มก. (เทียบได้กับ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง (240 มล.) หรือ นมผง 4-5 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
2. นมพร่องมันเนย หรือ นมไขมันต่ำ คือ นมที่สกัดแยกมันเนยออกบางส่วน ทำให้มีพลังงานและไขมันลดลง โดยนมพร่องมันเนย 1 แก้ว (240 มล.) ให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม โปรตีน 8 กรัม และไขมัน 5 กรัม
3. นมขาดมันเนย หรือ นมไร้ไขมัน คือ นมที่แยกมันเนยออกเกือบทั้งหมด โดยนมขาดมันเนย 1 แก้ว (240 มล.) ให้พลังงาน 80-90 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม โปรตีน 8 กรัม และไขมัน 0-3 กรัม
ประเภทของนมสดพร้อมดื่ม
1. นมพาสเจอไรซ์ (pasteurized milk) เป็นนมที่มีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับนมสดมากที่สุด ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ต่ำกว่า 63 องศาเซลเซียส ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค แต่ไม่ได้ทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย จึงคงรักษากลิ่น รสของน้ำนมสดไว้ มักบรรจุในขวดพลาสติกขุ่น หรือถุงพลาสติก เมื่อซื้อมาแล้วให้เก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-5 °C ทันที มีอายุการเก็บรักษาประมาณ 10 วัน นับจากวันที่บรรจุ หากไม่สามารถดื่มได้หมดในครั้งเดียว ควรเทแบ่งในปริมาณที่พอดื่ม ไม่ดื่มจากภาชนะบรรจุโดยตรงเพื่อป้องกันการปนเปื้อน ส่วนที่เหลือให้เก็บในตู้เย็นทันที
2. นมสเตอริไลซ์ (sterilized milk) คือ นมที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนไม่ต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส สามารถทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและจุลินทรีย์ที่ทำให้นมเน่าเสีย จึงเก็บได้นานถึง 12 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็น ควรเก็บในที่ร่ม ไม่โดนแดด มักบรรจุในกระป๋องโลหะ
3. นมยูเอชที (Ultra High Temperature, UHT) คือ นมที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนไม่ต่ำกว่า 133 องศาเซลเซียส และใช้ระยะเวลาการฆ่าเชื้อที่สั้นมาก เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำนมไม่ให้เปลี่ยนแปลงไป กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้เกือบทั้งหมด มักบรรจุในกล่องกระดาษ สามารถเก็บได้นานถึง 6-9 เดือน ที่อุณหภูมิปกติ ไม่ต้องแช่ตู้เย็น ควรเก็บในที่ร่ม ไม่โดนแดด หากเปิดกล่องแล้วดื่มไม่หมดควรเก็บในตู้เย็นทันที
ภาวะการย่อยแลคโตสบกพร่อง (Lactose intolerance)
บางคนอาจจะมีอาการท้องเสีย ปวดท้อง หลังดื่มนม 30 นาที ถึง 2 ชม. อาการนี้ไม่ใช่การแพ้นม แต่เรียกว่า ภาวะการย่อยแลคโตสบกพร่อง เกิดขึ้นเพราะน้ำย่อยที่ทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตในนมมีปริมาณน้อย ไม่เพียงพอ ซึ่งหากยังคงดื่มนมอยู่เป็นประจำ ร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัว สร้างน้ำย่อยเพิ่มขึ้นให้เพียงพอแล้วอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นและเป็นปกติก หรือท่านจะเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ ที่ผ่านกระบวนการย่อยน้ำตาลแลคโตสแล้ว เช่น โยเกิร์ต นมสูตรปราศจากแลคโตส หรือนมจากพืชก็ได้ เพื่อให้ได้รับสารอาหารต่างๆ เช่นเดียวกับจากการดื่มนมสด
นมจากพืช
นมจากพืชเป็นทางเลือกสำหรับผู้มีภาวะการย่อยแลคโตสบกพร่อง ที่ไม่สามารถดื่มนมวัวได้และเหมาะสำหรับผู้ที่หลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ นมจากพืชมีหลายประเภท ซึ่งสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม และความต้องการของผู้บริโภค ดังนี้
ตารางเปรียบเทียบปริมาณสารอาหารของนมแต่ละชนิด (ปริมาณนม 250 มล.)
ชนิด |
พลังงาน (กิโลแคลอรี) |
โปรตีน (กรัม) |
ไขมัน (กรัม) |
น้ำตาล (กรัม) |
แคลเซียม (มก.) |
นมวัว |
156.25 |
8.33 |
8.33 |
32.30 |
260.42 |
นมอัลมอนด์ |
98.49 |
2.15 |
4.42 |
3.46 |
301.67 |
นมข้าวโอ๊ต |
118 |
2 |
7 |
6 |
362 |
นมข้าวเจ้า |
113 |
0.70 |
2.30 |
13 |
283 |
นมข้าวโพด |
116.75 |
1.96 |
1.72 |
17.95 |
0 |
นมถั่วเหลือง (หวานปรกติ) |
147.75 |
7.14 |
5.97 |
13.72 |
43.76 |
นมถั่วเหลือง (ผสมงาดำ) |
135.51 |
7.13 |
5.30 |
11.77 |
220.07 |
ดัดแปลงจาก: แผนกโภชนาการ รพ.ศิริราชปิยะมหาการุณย์, “ดื่มนมถูกวิธีมีประโยชน์กับร่างกาย”, https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/milk
เอกสารอ้างอิง
1. ปัญจวรา บุญสร้างสมม. (ไม่มีวันที่). "ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย." สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). สืบค้นเมื่อ March 28, 2023, จากhttps://www.thaihealth.or.th/?p=230624
2. งานโภชนาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. (2564, May 11). "ดื่มนมชื่นใจ ร่างกายแข็งแรง." Retrieved April 16, 2023, fromhttps://www.gj.mahidol.ac.th/main/knowledge/milk-day/
3. แผนกโภชนาการ รพ.ศิริราชปิยะมหาการุณย์. (ไม่มีวันที่). "ดื่มนมถูกวิธีมีประโยชน์กับร่างกาย." Retrieved March 28, 2023, fromhttps://www.siphhospital.com/th/news/article/share/milk
4. พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงษ์, & นิธิยา รัตนาปนนท์. (ไม่มีวันที่). "Dairy product / ผลิตภัณฑ์นม." Retrieved fromhttps://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/0270/dairy-product-ผลิตภัณฑ์นม
5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (ไม่มีวันที่). "วิธีการเลือกซื้อนมพร้อมดื่ม อย. แนะ เลือกซื้อนมพร้อมดื่มให้ปลอดภัย." สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. Retrieved fromhttps://pr.moph.go.th/index.php?url=pr/detail/2/07/159313/
6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2563, March 25). "กินน้ำเต้าหู้เพิ่มฮอร์โมนเพศหญิง." Retrieved fromhttps://oryor.com/media/checkSureShare/media_specify/840
7. รพ.พญาไท. (ไม่มีวันที่). "ไขข้อข้องใจ..โรคแพ้โปรตีนนมวัวและการย่อยแลกโทสบกพร่อง ต่างกันอย่างไร?" Retrieved fromhttps://www.phyathai.com/article_detail/3089/th/ไขข้อข้องใจ..โรคแพ้โปรตีนนมวัวและการย่อยแลกโทสบกพร่อง-ต่างกันอย่างไร??branch=PYT3
8. เสนะวงษ์, แพทย์หญิงอัญชลี. (ไม่มีวันที่). "เลือกนมอะไรดี เมื่อแพ้นมวัว." ภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา สถาบันภูมิแพ้ Samitivej Allergy Institute (SAI), โรงพยาบาล BNH, สมิติเวชธนบุรีและสมิติเวชศรีราชา. Retrieved fromhttps://www.bnhhospital.com/th/cows_milk_allergy
9. Ball, J. (2023, March 4). "Is Milk Good for You? Are There Benefits to Drinking It Every Day?" EatingWell. Retrieved fromhttps://www.eatingwell.com/article/7961444/what-happens-to-your-body-if-you-drink-milk-every-day/
10. Ball, J. (2022, November 11). "The 7 Healthiest Milks, According to a Dietitian." EatingWell. Retrieved fromhttps://www.eatingwell.com/article/7918189/healthiest-milks-according-to-a-dietitian/
11. U.S. DEPARTMENT OF AGRICULTURE, Agricultural Research Service. (n.d.). "FoodData Central Search Results." Retrieved fromhttps://fdc.nal.usda.gov/fdc-app.html#/food-details/1097553/nutrients
12. Mulvaney, K. (2022, December 2). "Is Your Favourite Plant-Based Milk Good for the Planet? Here's How They Compare." National Geographic. Retrieved fromhttps://www.nationalgeographic.co.uk/environment-and-conservation/2022/12/is-your-favourite-plant-based-milk-good-for-the-planet-heres-how-they-compare
13. Ritchie, H. (2022, January 19). "Dairy vs. Plant-Based Milk: What Are the Environmental Impacts?" Our World in Data. Retrieved fromhttps://ourworldindata.org/environmental-impact-milks
14. Marengo, K. LDN, R.D., & Caporuscio, J. Pharm.D. (2021, November 10). "Almond, Hemp, Oat, Soy, and Cow's Milk: Which Is Best?" Medical News Today. Retrieved fromhttps://www.medicalnewstoday.com/articles/325425
15. Jones, J. F., & Ball, J. (2022, October 22). "Oat Milk vs. Almond Milk: Which Is Healthier?" EatingWell. Retrieved fromhttps://www.eatingwell.com/article/8008485/oat-milk-vs-almond-milk-which-is-healthier/